เป็นสิว ........... บอกอะไรได้มากกว่าที่คิด

สิวผุดขึ้นมาแต่ละเม็ด แต่ละเม็ด ก็ทำให้หนุ่มสาวหน้าใสที่ห่วงสวยห่วงหล่อแทบคลั่ง วิ่งหาวิธี delete สิวออกไปจากใบหน้ากันให้วุ่นวาย แต่จะมีซักกี่คนที่จะรู้ว่าเป็นสิวไม่ใช่แค่บอกว่าสุขภาพผิวหน้าเราไม่ดี แต่ยังบอกถึงสุขภาพทั่ว ๆ ไปอีกด้วย

เมื่อเร็ว ๆ นี้ สถาบัน Leonard Drake ได้คิดค้นวิธีการวิเคราะห์ผิวลงไปลึกลงไปอีก ด้วยการผสานความรู้ในการดูแลผิวหน้าแบบตะวันตกเข้ากับศาสตร์การอ่านใบหน้าแบบจีน ซึ่งสามารถบอกได้ว่าสิวที่ขึ้นตามตำแหน่งต่าง ๆ ของใบหน้าหรือร่างกาย บอกความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับอวัยวะส่วนในบ้าง ว่าแล้วก็ไปหยิบกระจกมาส่องหน้าดูซิว่า อวัยวะส่วนใดผิดปกติกันบ้าง ....

++++++++++++++++++++++++ +++++++++++++++++++++

โซนที่ > ตำแหน่งของสิว > อวัยวะที่เกี่ยวข้อง > สาเหตุของอาการที่ผิดปกติ

1 > หน้าผากด้านซ้าย > การย่อยอาหาร กระเพาะปัสสาวะ ต่อมหมวกไต > มีความเครียดสูง ล้างหน้าไม่สะอาด เพราะทารองพื้นหรือแต่งคิ้วมากไป

2 > หว่างคิ้ว > ตับ อาจมีปัญหาในการย่อยแลคโทส (ดื่มนมไม่ได้) > กินอาหารรสจัดหรือกินอาหารดึกเกินไป

3 > หน้าผากด้านขวา > การย่อยอาหาร กระเพาะปัสสาวะ ต่อมหมวกไต > มีความเครียดสูง ล้างหน้าไม่สะอาด เพราะทารองพื้นหรือแต่งคิ้วมากไป

4,10 > ใบหูทั้ง 2 ข้าง ไต ล้างแชมพูหรือสบู่ออกไม่หมด ใช้โทรศัพท์มือถือมากเกินไป > ดื่มกาแฟ แอลกอฮอล์หรือกินเนื้อสัตว์มากเกินไป

5,9 > แก้มทั้ง 2 ด้าน - แก้มส่วนบน > ไซนัสและปอด - แก้มส่วนล่าง > เหงือก และฟัน >สูบบุหรี่จัด หรือแพ้ควันบุหรี่ ภูมิแพ้ เป็นหวัดเรื้อรัง หรืออาจใช้บลัชออนและรองพื้นไม่เหมาะสม ถ้าเป็นริ้วรอยลึกบริเวณโหนกแก้มอาจบ่งบอกถึงปัญหาเรื่องปอดหรือการหายใจ ถ้ามีสิวแบบเป็น ๆ หายๆ ที่แก้มด้านล่างอาจมีปัญหาเรื่องเหงือกและฟัน หรือโทรศัพท์มือถือไม่สะอาด

6, 8 > รอบดวงตาทั้ง 2 ข้าง > ไต > ปัญหาภูมิแพ้ เครื่องสำอางทีใช้อาจไม่เหมาะ หรือใส่แว่นตาที่เสียดสีมาก รอยคล้ำอาจเกิดจากการมีสารพิษตกค้างในร่างกายมาก หรือผักผ่อนน้อย เปลือกตาหากมีความระคายเคืองอาจมาจากการเป็นภูมิแพ้ หรือขาดสารอาหาร

7 > จมูก และเหนือริมฝีปาก > หัวใจ และระบบสืบพันธุ์ หากมีผิวสีแดงเข้มที่จมูก > อาจบ่งบอกถึงโรคความดันโลหิตสูง การอุดตันหรือสีผิวไม่สม่ำเสมอ บอกถึงผลกระทบจากฮอร์โมน เช่นกำลังมีประจำเดือน วัยทอง การใช้ยาคุมกำเนิด

11,13 > ใต้ริมฝีปากด้านซ้าย และขวา > รังไข่ > อาจทำความสะอาดได้ไม่พอ หรือมาจากความสมดุลทางฮอร์โมน หากมีปัญหาการอุดตันช่วงใบหู อาจแสดงว่าฟันกรามมีปัญหา หรือว่าเพิ่งผ่าตัดฟันมา หรืออาจเกิดจากการมีรอบเดือน

12 > ปลายคาง > กระเพาะอาหาร และลำไส้เล็ก > อาจกินอาหารรสจัดเกินไปจนลำไส้มีปัญหาในการดูดซึม

14 > ลำคอ และหน้าอก > ความเครียด

ปั้นหุ่นด่วน 3 สัปดาห์

สัปดาห์ที่ 1
วันที่ 1
กินอาหารตามปกติ 2 มื้อ มื้อเย็นกินผัดผักหรือแกงจืดไม่กินข้าว
วันที่ 2
กินอาหารตามปกติ 2 มื้อ มื้อเย็นกินผลไม้แทนข้าว
วันที่ 3
กินอาหารมื้อเช้า กลางวันและเย็นกินผัก-ผลไม้ งดข้าว
วันที่ 4-5
ล้างพิษ (detox) กินแต่ผัก-ผลไม้ทั้งวัน
วันที่ 6
กินโยเกิร์ตหรือกล้วยมื้อเช้า กลางวันและเย็นกินข้าวต้มหรือก๋วยเตี๋ยว
วันที่ 7
กินข้าวมื้อเช้าและกลางวันเย็นกินผักหรือผลไม้

สัปดาห์ที่ 2
วันที่ 1
กินข้าวมื้อเช้า กลางวันและเย็นกินก๋วยเตี๋ยว
วันที่ 2
กินโยเกิร์ตหรือกล้วยมื้อเช้า กลางวันและเย็นกินข้าวต้มหรือก๋วยเตี๋ยว
วันที่ 3-4
ล้างพิษ (detox) กินแต่ผัก-ผลไม้ทั้งวัน
วันที่ 5
เช้ากินนมหรือน้ำเต้าหู้ กลางวันก๋ยวเตี๋ยว เย็นกินผลไม้
วันที่ 6
เช้ากินไข่ต้ม กลางวันกินข้าว เย็นกินผลไม้
วันที่ 7
เช้ากินกล้วยหรือโยเกิร์ต กลางวันกินข้าว เย็นกินเกาเหลา
สัปดาห์ที่ 3
วันที่ 1
เช้า-กลางวันกินข้าว เย็นกินแอปเปิลเขียวหรือฝรั่ง
วันที่ 2
เช้ากินไข่ต้ม กลางวันกินข้าว เย็นกินโยเกิร์ตหรือกล้วย 1 ลูก
วันที่ 3-4
ล้างพิษ (detox) กินแต่ผัก-ผลไม้ทั้งวัน
วันที่ 5
เช้ากินโยเกิร์ต กลางวันกินก๋วยเตี๋ยว เย็นกินเกาเหลา งดข้าว
วันที่ 6
เช้า-กลางวันกินข้าว เย็นกินแอปเปิ้ลเขียวหรือฝรั่ง
วันที่ 7
เช้าและเย็นกินไข่ต้ม กลางวันกินก๋วยเตี๋ยวหรือข้าว

เคล็บลับการใส่ยีนส์ให้สวย

เคล็บลับการใส่ยีนส์ให้สวย






"กางเกงยีนส์" เชื่อแน่ว่าคุณสาวๆหลายๆคนคงต้องเคยใส่และยังใส่อยู่อย่างแน่นอน เพราะกางเกงยีนส์เป็นแฟชั่นที่ฮิตตลอดกาล และใส่ได้ในหลายๆโอกาสอีกด้วย แต่เราจะใส่ยีนส์ให้สวยและดูดีนั้นก็คงต้องอยู่ที่การเลือกใส่ที่เหมาะกับรูปร่างของเราด้วย เราจึงมีวิธีเลือกกางเกงยีนส์ให้เข้ากับรูปร่างคุณสาวๆมาให้ลองดูคะ


สาวบั้นท้ายใหญ่ - ->ไม่ควรใส่กางเกงยีนส์ไม่มีกระเป๋าหลังเด็ดขาด เพราะจะยิ่งเน้นบั้นท้ายให้แลดูใหญ่กว่าเดิม ข้อดีของกระเป๋าหลังคือจะช่วยบิดเบือนสายตา และควรเลือกยีนส์ที่มีตะเข็บหลังยาวลงมาซึ่งจะช่วยอำพรางบั้นท้าย ทำให้ดูผอมและช่วงขาเรียวยาวขึ้น


สาวสะโพกผาย - ->ควรเลือกแบปลายขากว้าง หรือที่เรียกว่าขาม้า ขากระดิ่ง ควรมีความยาวคลุมถึงข้อเท้า เพื่อให้สมดุลกับสัดส่วนที่สำคัญคือไม่ควรเลือกยีนส์แบบขอบเอวสูง ขาตรง และมีรอยทแยงมุมกับตะเข็บกางเกงเด็ดขาด เพราะจะทำให้สะโพกแลดูผายเกินไป


สาวรูปร่างแบน - ->ควรเลือกยีนส์ดีไซน์ผู้หญิง ตกแต่งด้วยการเดินเส้นโค้ง สีสว่าง และไม่ควรมีกระเป๋ากางเกงเยอะๆทั้งนี้เพื่อเป็นการเสริมรูปร่างที่แบนราบของคุณให้ดูมีน้ำมีนวลขึ้น ที่สำคัญควรหลีกเลี่ยงยีนส์ทรงตรงแบบผู้ชาย เพราะจะยิ่งเน้นรูปร่างให้ดูแบนราบ


สาวช่วงขาสั้น - ->ควรหลีกเลี่ยงยีนส์ที่ถูกออกแบบมาด้วยการนำเศษผ้าชิ้นเล็กๆมาเย็บปะติดปะต่อกัน เพราะจะทำให้รูปร่างยิ่งดูสั้นและป้อมมากกว่าเดิม ควรเลือกกางเกงยีนส์ฟิตพอดีตัว และยาวเป็นเส้นตรงลงมา เพื่อช่วยพรางให้ช่วงขาดูยาวขึ้น


เคล็ดลับการใส่ยีนส์เอวต่ำให้สวย


++ยีนส์เอวต่ำเหมาะกับคนไม่ค่อยมีสะโพก เพราะจะทำให้สะโพกดูผาย กางเกงยีนส์เอวต่ำจะดูดีและสวยเมื่อขากางเกงยาวเลยตาตุ่มออกไป ไม่ควรสวมแบบขาเต่อๆยกเว้นกางเกงเอวต่ำทรง 3 ส่วนหรือ 5 ส่วน


++หากริจะใส่ยีนส์เอวต่ำก็ควรต้องดูแลหน้าท้องไม่ให้พุงกะทิยื่นออกมาเป็นอันขาด


++สำหรับสาวหน้าท้องราบ ถ้าคิดจะสวมเสื้อโชว์สะดือกับยีนส์เอวต่ำ ก็ควรทำวคามสะอาดสะดือสักหน่อย อย่าปล่อยให้ดูสกปรก


++ควรใส่ยีนส์เอวต่ำกับเสื้อพอดีตัว หากอยากให้ดูน่ารักจริงๆควรใส่เสื้อที่มีชายเป็นรูปโค้งมน เปิดให้เห็นผิวข้างๆเอว


++และอย่าลืมเสื้อกางเกงในเอวต่ำมาใส่แทนกางเกงในธรรมดาที่ใช้อยู่ เพราะการปล่อยให้กางเกงในแลบออกมาเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำอย่างยิ่ง


++สุดท้ายเมื่อใส่กางเกงยีนส์เอวต่ำที่ดีเมื่อนั่งแล้วไม่ควรมีช่องว่างข้างหลังจนสามารถมองเห็นบั้นท้ายของคุณอย่างชัดเจน

ปฏิวัติการแต่งหน้า..บอกลาข้อห้ามสุดเชย

ปฏิวัติการแต่งหน้า..บอกลาข้อห้ามสุดเชย






เบื่อไหมคะ ที่ต้องแต่งหน้าตามสูตรสำเร็จ แถมแต่งออกมาก็ยังสวยไม่ถูกใจอย่างที่เขา อ้างถึง อย่างนี้เรายังจะไปเชื่อ ’มาตรฐานระดับสากล’ ที่เขานิยามได้อย่างไรกัน การปฏิวัติและโบกมือลาสูตรเก่าเท่านั้น ที่จะทำให้เราสวยใสแบบถูกยุคถูกสมัยมากที่สุด


เพราะเดี๋ยวนี้มีเครื่องสำอางให้สาวๆ เลือกใช้มากมาย ไหนจะเทรนด์การแต่งหน้าที่เปลี่ยนไปตามกระแส แฟชั่นนั่นอีกล่ะ ’การดัดแปลงตามความเหมาะสม’ จึงเป็นหนทางใหม่ ที่เราไม่จำเป็นต้องเดินตามบทบัญญัต ิเชยๆ อีกต่อไป ฉบับนี้เราจึงนำทริกดีๆ มาให้สาวๆ ลองนำไปเป็นเคล็ดลับ และอย่าลืมเชียวว่า ความคิดสร้าง สรรค์เป็นสิ่งสำคัญในการเนรมิตวงหน้าให้สวยงาม และสูตรใครก็สูตรคนนั้น จะมาตามๆ กันเป็นไม่ได้เชียว


01 สูตรเก่า : เครื่องสำอางแบบชิมเมอร์ไม่เหมาะสำหรับกลางวัน (แถมอายุมากกว่า 30 ไม่ควรใช้)
ปฏิวัติใหม่ : สวยด้วยชิมเมอร์ ทั้งกลางวันยันกลางคืน (แถมสวยได้ทุกวัย อีกต่างหาก!)
เพราะความหรูหราเป็นของควรค่าสำหรับผู้หญิง ที่สำคัญ ชิมเมอร์ยังช่วยทำให้ผู้หญิงอย่างเราๆ ดูสวย แบบลดวัย ปรับผิวให้ดูสดใส และยังทำให้ใบหน้าดูเรืองรองวาววับ น่าจับจ้องอีกต่างหาก นับข้อดีได้ครบสาม ประการเช่นนี้แล้ว เรายังจะรีบปาของดีทิ้งก่อนอายุขึ้นเลข 3 ได้อย่างไร หากแต่เคล็ดลับอยู่ที่การเลือกเฉดสีที่ เหมาะกับสภาพผิว และเลือกเน้นความมันวาวบนใบหน้าไม่เกินสองตำแหน่ง เช่น หากต้องการเน้นดวงตาและ ริมฝีปาก ก็ควรปล่อยให้ พวงแก้มเป็นสีแมทท์ เท่านี้ก็สวยกลางวันยันกลางคืนได้แล้ว


02 สูตรเก่า : เลือกสีลิปสติกให้เหมาะกับการแต่งหน้าโดยรวม
ปฏิวัติใหม่ : แม็ทช์สีลิปสติกให้เหมาะกับสีผิว
อย่าเพิ่งด่วนสรุป ว่าการเลือกลิปสติกต้องเลือกเฉพาะเฉดสีที่ชอบ หรือสีที่เข้ากับเครื่องสำอางที่มีอยู่ แต่ เราขอแนะนำให้คุณทำตัวเจ้าเล่ห์นิดๆ โดยการเลือกสีลิปสติกที่เข้ากับสีผิวของคุณจริงๆ เช่น เลือกมาสักหนึ่ง สีที่เข้ากับสีปากของคุณเด๊ะๆ เช่น สีชมพูอมนู้ด และสีแดงกุหลาบที่ ค่อนข้างจะเหมาะกับหลายสีผิว จากนั้น เลือกอีกสักสีที่สว่างกว่าสีผิว (ในหมวดสีเดียวกัน) เพื่อนำไปผสม หรือใช้โดดๆ เพื่อทำให้ใบหน้าดูสว่างขึ้น


03 สูตรเก่า : นวลเนียนด้วยการใช้ครีมรองพื้น
ปฏิวัติใหม่ : ใช้ครีมรองพื้นปกปิดเฉพาะตำหนิและรอยแผล
รู้หรือเปล่าว่าครีมรองพื้นนี่ล่ะ คือตัวเร่งการเสื่อมสภาพของผิวหน้า เพราะฉะนั้นจะดีสักแค่ไหน ถ้าปล่อย ให้ผิวหายใจบ้าง และนำเจ้าครีมหนาหนักตัวนี้มาทำหน้าที่ปกปิดจุดด่างดำ และรอยตำหนิต่างๆ บนใบหน้า แบบเฉพาะที่แทน ยกตัวอย่างเช่น แต้มครีมรองพื้นบนบริเวณที่มีรอยแดง เช่น จมูก แก้ม หรือคาง แล้วใช้ฟอง น้ำเกลี่ยไล้ไปทางไรผม จากนั้นใช้แป้งฝุ่นกดซับบนใบหน้าอีกครั้ง แล้วใช้เครื่องสำอางอื่นๆ ตามปกติ แค่นี้ใบ หน้าก็เบาสบาย ไม่ต้องกังวลเรื่องสิวอุดตันอีกต่อไป


04 สูตรเก่า : วาดลิปไลเนอร์ก่อนลงลิปสติกทุกครั้ง
ปฏิวัติใหม่ : ใช้ลิปไลเนอร์เฉพาะโอกาสพิเศษก็พอ
จริงอยู่ว่าดินสอเขียนขอบปากจะทำให้รูปปากดูชัดและสวยคมยิ่งขึ้น แต่หากให้นึกดูอีกที ก็ดูออกจะจริง จังในการแต่งหน้ามากไปสักหน่อย ยิ่งเทรนด์สมัยนี้ที่เน้นความสวยแบบธรรมชาติด้วยแล้ว เราจึงขอแนะนำ ให้คุณหยิบใช้เฉพาะวันสำคัญๆ ก็พอ ส่วนในวันธรรมดา ลองมองหาพู่กันปลายแหลมที่สามารถวาดขอบปาก ได้มาแทนที่ แม้จะไม่คมกริบเท่าดินสอ แต่เชื่อเถอะว่าจะทำให้คุณดูเป็นธรรมชาติมากกว่า และหากรอย ลิปสติกจางไปก็ยังสามารถ เติมได้ ไม่ดูน่าขันเหมือนตอนที่เหลือเฉพาะรอยดินสออย่างเดียวสักนิด


05 สูตรเก่า : เลือกอายแชโดว์ให้เข้ากับสีดวงตา
ปฏิวัติใหม่ : ยิ่งเป็นอายแชโดว์ ยิ่งต้องตรงกันข้าม
เพราะอะไรน่ะเหรอ ก็เพราะหากยังเลือกสีที่เข้ากับสีตาเด๊ะๆ เช่น ถ้าดวงตาสีดำ หรือน้ำตาลก็เลือกสีเอิร์ธ โทน หรือถ้าดวงตามีสีสัน (ชาวตะวันตก) ก็เลือกสีที่เข้ากับสีตานั้นๆ การเลือกสีแบบนี้จะยิ่งทำให้คุณดูไม่น่า สนใจเข้าไปอีก จึงดีกว่าเป็นไหนๆ หากจะเลือกสีสันที่ตรงกันข้ามกับดวงตาเพื่อให้คุณดูเด่นเด้งขึ้นบ้าง ขอ แนะนำสำหรับสาวไทยที่มีตาสีดำถึงน้ำตาล ในการเลือก สีเขียวมรกต ไปจนถึงสีฟ้าเข้ม เพราะจะช่วยขับสีสัน ให้สดใสมากขึ้นกว่าเก่า (แต่อย่าลืมดูสีผิวตัวเองด้วยล่ะ)



06 สูตรเก่า : เติมอายแชโดว์หลังการแต่งหน้า
ปฏิวัติใหม่ : เติมอายแชโดว์เป็นอย่างแรก
เหตุที่ช่างแต่งหน้ามักเติมอายแชโดว์หลังสุด ก็เพราะไม่ต้องการให้สีสันเปรอะเปื้อนใบหน้า และหากผิด พลาดไป ก็ทำให้ต้องลบและลงครีมรองพื้นใหม่อีกครั้ง คำแนะนำจากเราคือลง อายแชโดว์เป็นอย่างแรก โดย เริ่มจากการลงรองพื้นทั่วใบหน้า เติมแป้งฝุ่น แล้วลงสีสันบริเวณ ดวงตาตามที่ต้องการเขียนอายไลเนอร์ และ ปัดมาสคาร่าให้เสร็จสรรพ จากนั้นจึงไล่กลับไปที่การลงคอนซีลเลอร์ ปัดแก้ม และลงลิปสติกตามปรกติ โดย หลีกเลี่ยงบริเวณดวงตา หรือการเติมซ้ำ แค่นี้ก็จะประหยัดเวลา และพลังงานไปได้เยอะ


07 สูตรเก่า : ใช้แปรงให้เหมาะกับการแต่งหน้า
ปฏิวัติใหม่ : นิ้วนี่ล่ะ สุดยอดแปรงชั้นดี
ไม่ปฏิเสธค่ะ ว่าแปรงแต่ละประเภทที่ถูกสร้างสรรค์ขึ้นมาเพื่อการแต่งหน้า ต่างก็ช่วยให้การเติมเต็มสีสันเป็นไปอย่างง่ายดาย และทำให้การแต่งหน้าดูสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น แต่ผู้หญิง อย่างเราๆ ใช่ว่าจะแต่งแบบฟูลออพชั่น ประหนึ่งช่างแต่งหน้ามืออาชีพในทุกวันซะที่ไหน การลงทุนเรื่อง อุปกรณ์เสริมจึงควรทุ่มทุนแต่พอเหมาะ ส่วนที่เหลือก็ปล่อยให้นิ้วเรียวๆ ของเราทำหน้าที่นี้ไปเถอะค่ะ เช่น การใช้นิ้วกลางในการเกลี่ยอายแชโดว์สีหลักให้ทั่วเปลือกตา ก่อนที่ จะใช้นิ้วนางทาสีเข้มบริเวณหางตาเพื่อ ลงแสงเงา และใช้นิ้วกลางในการลงไฮไลต์อีกครั้งบริเวณ เปลือกตาที่นูนที่สุด ส่วนการลงลิปกลาสแบบทินท์ การใช้นิ้วแตะเบาๆ ก็ยังช่วยเกลี่ยให้ดู มันวาวได้ดีกว่าการใช้แปรงที่ทำให้ดูขาดมิติ รู้อย่างนี้แล้วก็ช่วย ประหยัดได้เยอะ จริงมั้ย


ที่มา ผู้หญิงวันนี้