คุณเป็น “นักกิน” แบบไหน
พอเห็นคำว่า “นักกิน” ใครบางคนอาจจะรีบเปิดผ่านหน้านี้ไปทันที เพราะคิดว่าตัวเองไม่ได้ครองแชมป์นักกินแน่นอน
อันที่จริงนักกินหมายถึงคนที่กินอาหารอยู่ทุกวัน แต่สไตล์การกินของแต่ละคนย่อมแตกต่างกันไป ซึ่งบางครั้งเราไม่เคยวิเคราะห์กันสักทีว่าสไตล์การกินของเราเป้นแบบไหน
สไตล์การกินก็เหมือนกับสไตล์การแต่งตัว เพรามันส่งผลถึงรูปร่างและภาพลักษณ์ของคุณในปัจจุบันด้วย บางคนเราดูปุ๊บก็รู้ปั๊บเลยว่าเขากินอย่างไร
หลายครั้งที่เคยสังเกตดูลักษณะของผู้คนและอาหารที่อยู่ตรงหน้าพวกเขา มันบอกให้รู้ได้จริงๆ ว่า เขาเป็นคนดูแลตัวเองตามใจตัวเอง หรือประเภทกินไปวันๆ และบางทีไม่แปลกใจเลยว่าทำไมคนนี้ถึงได้รูปร่างดี ผิวพรรณดี เมื่อได้เห้นอาหารที่พวกกินนั่นเอง
หากรู้ว่าตัวเองเป็นนักกินประเภทใด คุณยังมีเวลากลับตัวกลับใจ เปลี่ยนสไตล์การกินให้มีความสมดุลมากขึ้น เพื่อคุณจะได้มีความสุขกับการกินและมีสุขภาพที่ดีด้วย
นักกินง่ายๆ
แม้จะรู้ว่าอาหารประเภทใดมีประโยชน์และรู้ว่าโภชนาการที่ดีเป็นอย่างไร แต่เวลาอันน้อยนิดที่มีเหลืออยู่ในแต่ละวันทำให้คุณคิดว่ากินอะไรก็ดืที่ง่ายและเร็วน่าจะดีที่สุด ขอให้อิ่มท้องเป็นใช้ได้ เพราะคุณมีสิ่งอื่นที่ให้คิดมากกว่า เช่น งานที่กองอยู่เต็มโต๊ะ ปัญหาเรื่องลูกน้อง เรื่องรถติด ฉะนั้นเรื่องกินจึงไม่ใช่เรื่องใหญ่ และดูเหมือนว่าใครๆ ต่างก็คิดกันแบบนี้ คนที่เห็นเรื่องกินเป็นเรื่องใหญ่ มักจะถูกเรียกว่าเป้นคนเห็นแก่กิน ทั้งที่ในความเป็นจริงเรื่องกินเป็นเรื่องใหญ่และสำคัญไม่แพ้เรื่องอื่นๆ เพราะการกินคือการนำอาหารเข้าสู่ร่างกาย ฉะนั้นร่างกายคุณจะแข็งแรง อ่อนแอ หรือเป็นโรคภัยใดๆ มันขึ้นอยู่กับการกินนี่แหละ
อย่างไรก็ตาม ลองสละเวลาอันน้อยนิดมองดูอาหารที่กินว่ามันมีคุณค่าพอสำหรับคนที่มีสุขภาพดีอย่างคุณหรือเปล่า เพราะอาหารเพื่อสุขภาพที่ง่ายๆ สะดวก และรวดเร็ว ก็มีอยู่เยอะแยะไป อย่างเช่น แซนด์วิชขนมปังโฮลวีท ตามด้วยกล้วยหรือส้มและน้ำสะอาด แค่นี้คุณก็อิ่มท้องและได้คุณค่าสารอาหารที่ดีกว่าแฮมเบอร์เกอร์ เฟรนซ์ฟราย และน้ำอัดลม
นักกินตามอารมณ์
อารมณ์มีผลต่อความอยากกิน เมื่อคุณมีความสุขหรือประสบความสำเร็จ สิ่งแรกที่นึกถึงคือต้องเฉลิมฉลอง และนั่นหมายถึงการกินเพื่อสนองความสุข เมื่อคุณเบื่อ เครียด และรู้สึกกดดันกับเหตุการณ์ณ์บางอย่าง แน่นอนว่าการกินคือทางออกที่ดีที่สุด ทำให้มีอะไรทำ เพื่อเป็นการเบนความสนใจจากความน่าเบื่อและเรื่องเครียดไปสู่สีสันของอาหารตรงหน้า รวมทั้งรสชาติที่ทำให้คุณรู้สึกเป็นสุขและลืมความเซ็งไปชั่วขณะ
คนที่กินตามอารมณ์จัดอยู่ในประเภทเดียวกับคนกินตามใจปาก คืออยากกินอะไรก็กิน เพราะถือว่าการกินคือการให้รางวัลตัวเองหรือชดชเยความสูญเสีย แต่ผลสุดท้ายจะทำให้คุณน้ำหนักขึ้นโดยไม่รู้ตัว
หากคุณอยู่ในอารณ์เหล่านี้ ลองหันไปทำกิจกรรมอย่างอื่นเพื่อเป็นการให้รางวัลแห่งความสุขหรือเป็นการชดเชยความทุกข์น่าจะดีกว่า เลิกคิดถึงเรื่องกิน เพราะมันทำให้คุณกินโดยไม่คิด
นักกินลืมตัว
คนที่กินแบบลืมตัว เรียกอีกอย่างคือ นิสัยติดกิน คนประเภืนี้จะกินทุกอย่าง นิดๆ หน่อยๆ ก็กิน ใครสั่งอาหารอะไรมา ขอให้ได้ชิมบ้างก็ดี หรือบางทีนั่งดูทีวีเพลินๆ มือก็หยิบของกินเข้าปากไปเรื่อยๆ โดยไม่รู้ว่ากินเข้าไปเยอะเท่าไหร่แล้ว
คุณต้องเตือนตัวเองเสมอว่า ทุกครั้งที่อาหารเข้าปากนั่นหมายถึงแคลอรี่ที่เพิ่มมากขึ้น และก่อนจะกินคิดสักนิดว่ากำลังกินอะไรอยู่ มีประโยชน์ต่อร่างกายหรือแค่สนุกปากเท่านั้น
นักกินขี้กลัว
อาหารไม่ใช่สิ่งน่ากลัว แต่บางคนคิดมากจนกลายเป็นว่าต้องจำกัดตัวเองให้กินอาหารอยู่เพียงไม่กี่อย่าง และในปริมาณที่น้อยเกินไป เพราะจิตใต้สำนึกคิดเสมอว่าอาหารทำให้อ้วนทั้งที่ความจริงการกินอาหารที่ไม่มีความสมดุลต่างหากที่ทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้น
คนขี้กลัวมักเลือกกินอาหารประเภทสุดโต่ง เช่น ถ้ารู้ว่าอาหารประเภทไหนมีประโยชน์ก็จะกินแต่อย่างนั้นอย่างเดียว โดยไม่คำนึงถึงว่าร่างกายต้องการอาหารที่หลากหลาย หรือบางคนก็มุ่งกินแต่อาหารที่ให้พลังงานน้อย ทำให้ไม่มีเรี่ยวแรง สมองทำงานไม่เป็นระบบ จนทำให้กลายเป็นคนขาดประสิทธิภาพได้
การที่คุณเป็นคนระมัดระวังเรื่องอาหารการกินนั้นเป็นเรื่องที่ดีอยู่แล้ว แต่ต้องเข้าใจอย่างหนึ่งว่า อาหารส่วนใหญ่ต่างมีประโยชน์แทบทั้งนั้น และควรกินในปริมาณที่เหมาะสมด้วย ร่างกายจึงจะสามารถนำไปใช้ได้อย่างเต็มที่ เลิกคิดมากเสียทีหันมาคิดถึงคุณค่าของอาหารแต่ละชนิดที่กินเข้าไปดีกว่า
ลองสังเกตตัวเองให้ดีแล้วจะรู้ว่าเป็นนักกินแบบไหน บางทีสไตล์การกินเหล่านี้อาจเกิดจากความเคยชิน ความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ และคิดว่าไม่เป็นไร แต่เมื่อรู้แล้วในตอนนี้ โอกาสที่จะเปลี่ยนแปลงรูปแบบการกินให้ดีขึ้นก็อยู่ที่ตัวคุณเองแล้วละ
.........................................................................................................................................
ขอขอบคุณที่มาบทความ : นิตยสารแพรว
Comments (0)
แสดงความคิดเห็น